บริการทำความสะอาด: วิธีทำความสะอาดพรมให้เหมือนใหม่ โดยไม่ง้อเครื่องซักพรมราคาแพง รู้หรือไม่ว่า “พรม” นั้นเป็นสิ่งที่กักเก็บสิ่งสกปรก ซึ่งน้ำหนักรวมกันแล้ว อาจจะมากกว่าตัวพรมถึง 4 เท่า (หรือมากกว่านั้น) ? โดยสิ่งสกปรกที่ว่า จะก่อปัญหาสุขภาพให้กับคนที่อาศัยอยู่ภายในบ้าน โดยเฉพาะกับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ มันสามารถเป็นต้นเหตุที่ทำให้อาการแย่ลงถึงขั้นวิกฤตเลยก็ได้

แต่ถ้าดูเพียงแค่ผ่านตา คุณอาจจะไม่คิดว่าพรมที่บ้านของคุณนั้นสกปรก ผมจึงอยากให้ลองดูสถิติด้านล่างนี้ เพราะเชื่อว่าหลังจากนี้ มันจะทำให้ความคิดของคุณจะเปลี่ยนไปแน่นอน

1. ผู้คนกว่า 90 % ยอมรับว่าเคยทำอาหารหกบนพรม ซึ่งนอกจากที่มันจะทิ้งเชื้อจุลินทรีย์และแบคทีเรียไว้แล้ว การนำอาหารที่ตกขึ้นมากินใหม่ ก็อาจจะทำให้คุณป่วยได้ เพราะเชื้อแบคทีเรียและจุลินทรีย์ เช่น ชนิด Salmonella, E. coli หรือ staphylococcus (ชนิดที่พบบ่อยในพรม) นั้นสามารถอยู่ในพรมสามารถอยู่นานถึง 4 สัปดาห์

2. ผู้คนกว่า 75 % ยอมรับว่าเคยเหยียบพื้นทั้งๆนี้ไม่ได้ถอดรองเท้า ซึ่งมันคือการนำสิ่งสกปรกเข้ามาสู่พรมนั่นเอง

3. ผู้คนกว่า 70 % ยอมรับว่าพวกเขาเลือกที่จะนำเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ เช่น โซฟา มาทับไว้ปกปิดร่องรอยสกปรก แทนที่จะทำความสะอาด ซึ่งจะยิ่งทำให้สิ่งสกปรกนั้นหมักหมมและก่อตัวได้ไวขึ้น

สิ่งสกปรกที่ซ่อนอยู่ภายใต้พรมที่ (ดูเหมือนจะ) สะอาด

วัสดุของพรมส่วนใหญ่ เช่น ไนลอน (Nylon) โพลีเอสเตอร์ (Polyester) หรือ ขนสัตว์ (Wool) เป็นวัสดุที่อ่อนไหวต่อความชื้น และง่ายต่อการดูดซึมสิ่งสกปรก ซึ่งสามารถทำให้อากาศภายในบ้านแย่ลง สร้างกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ และสุดท้ายมันจะสร้างปัญหาสุขภาพให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ภายในบ้าน

คุณอาจจะไม่เคยรู้ว่าภายใต้พรมที่บ้านของคุณ อาจจะซ่อนสิ่งสกปรกเหล่านี้ไว้อยู่

คราบดินและโคลน : คราบดินและโคลนเหล่านี้มักจะติดมากับรองเท้า หลังจากที่เราออกไปข้างนอกบ้านมา รวมไปถึง เวลาที่คุณพาสุนัขของคุณออกไปเดินเล่น เมื่อพวกเขากลับเข้ามา สิ่งเหล่านี้ก็มีโอกาสที่จะตามกลับมากับพวกเขาด้วย

เส้นผม และเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว : โดยทั่วไป ผมคนเราจะร่วงประมาณ 50 – 100 เส้นต่อวันโดยเฉลี่ย และผลัดสะเก็ดผิวหนังประมาณ 1.5 ล้านชิ้นต่อวัน ซึ่งเซลล์ผิวหนังเหล่านี้เป็นอาหารจารโปรดสัตว์และแมลงขนาดเล็ก (เช่น ไรฝุ่น เห็บ หรือหมัด) แปลว่าพรมที่เต็มไปด้วยเซลล์ผิวหนัง ก็มักจะเต็มไปด้วยสิ่งเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

ฝุ่นและไรฝุ่น : จากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่าฝุ่น 1 กรัม นั้นมีไรฝุ่นมากถึง 2,500 ตัว ซึ่งเป็นไรฝุ่นที่มักอาศัยอยู่ตามเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ โดยเฉพาะพรม ในตัวไรฝุ่นและมูลของมันนั้นมีโปรตีนชนิดหนึ่งที่สามารถทำปฏิกิริยากับภูมิคุ้มกันในร่างกายมนุษย์ ทำให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินหายใจ และผิวหนัง

จุลินทรีย์และแบคทีเรีย : เชื้อจุลินทรีย์และแบคทีเรียที่พบบ่อยในพรมก็มีอย่างเช่น salmonella, E. coli หรือ staphylococcus ซึ่งจะซุกซ่อนอยู่ตามเส้นใยของวัสดุที่ใช้ทำพรม โดยเฉพาะกลุ่มเชื้อราที่ชอบอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือความอุ่น ดังนั้นพรมเช็ดเท้าที่วางไว้หน้าห้องน้ำจึงเป็นที่สุดฮิตของเชื้อรานั่นเอง

สาร VOCs : VOCs (วีโอซี) คือ สารประกอบอินทรีย์ระเหย หรือสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย โดยมักปะปนมาใน ควันบุหรี่ สีทาบ้าน หรือไอน้ำมัน ซึ่งสามารถติดฝังแน่นกับตัวพรม และเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนในบ้านได้ ด้วยการสูดดมหรือสัมผัสโดยตรงต่อผิวหนัง

เศษอาหาร : การทำอาหารหรือเครื่องดื่มหกลงไปบนพื้น มันไม่เพียงแต่ทิ้งคราบสกปรกเอาไว้เท่านั้น แต่มันจะเป็นสาเหตุที่ทำให้แบคทีเรียและสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กก่อตัวขึ้น และสร้างอันตรายต่อคนในบ้านได้ด้วย